ข่าวสาร

“บ้านรักภาษา” 16 ปี 19 สาขา ผสานเทคโนโลยีสู่การทำธุรกิจยุค 4.0

สังคมที่เปิดกว้างการเรียนภาษาต่างประเทศไม่ใช่แค่เครื่องประดับสิ่งที่ต้องมีแต่คือสิ่งที่ต้องมีในเด็กทศวรรษที่ 21เพราะทั้งปัจจุบันและ ในอนาคตคนที่มีทักษะด้านภาษาต่างประเทศย่อมได้เปรียบ หากยังไม่แตกฉานภาษาอื่นๆอย่างน้อยก็ต้องฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษที่เป็นการสื่อสารสากลได้ เมื่อภาษาเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ เราจึงเห็นสถาบันสอนภาษาผุดมาราวกับดอกเห็ด คำถามคือว่าแล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสถาบันไหนสอนแล้วเอามาใช้งานได้จริง หรือในแง่การลงทุนสถาบันไหนที่ทำให้ผู้ลงทุนรู้สึกว่าเป็นธุรกิจที่คุ้มค่า ต้องยอมรับว่า “แฟรนไชส์บ้านรักภาษา” เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ และเหมาะสมกับการลงทุน ซึ่งเราจะมาแจกแจงกันตรงนี้ อ่านแล้วจะเข้าใจทันที ว่า “บ้านรักภาษา” มีดีและคุ้มกว่าที่คิด

พัฒนาการ 3 ด้านใน 16 ปีของบ้านรักภาษา

ย้อนไปในปี 2545 ที่ครูซุ่น ผู้ก่อตั้งธุรกิจได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ภาษาจีน-อังกฤษ และเริ่มสอนภาษาขั้นพื้นฐานให้กับผู้ที่สนใจและพัฒนามาเป็นลำดับ จนบ้านรักภาษากลายเป็นแฟรนไชส์การศึกษาที่ได้รางวัล Best Practice และรางวัลแฟรนไชส์มาตรฐานตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 ปัจจุบันธุรกิจบ้านรักภาษาดำเนินกิจการมานานกว่า 16 ปี มี 19 สาขาทั่วประเทศ และเป็นระยะเวลาที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง และนี่คือพัฒนาการอันน่าสนใจ 3 ด้านในรอบ 16 ปีของบ้านรักภาษา

1. การเรียนที่เน้นประสิทธิภาพให้ผู้เรียนนำภาษาไปใช้ได้จริง
เราอาจเคยมีภาพจำไม่ดีกับการเรียนภาษาแล้วสุดท้ายก็ยังฟัง พูด อ่าน เขียนไม่ได้ แต่ที่บ้านรักภาษาเน้นย้ำในจุดนี้ ว่า เรียนแล้วพูดไม่ได้ .. เรียนทำไม เป็นคำถามที่ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการสอนที่เอาความรู้ไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เรียนแค่งูๆปลาๆ ให้จบๆไป ดังนั้น บ้านรักภาษาใช้การเรียนรูปแบบ TPR (Total Physical Response) ในสไตล์ Learning by Doing ที่คิดค้นโดยครูซุ่น โดยนำเอากิจกรรมมาเป็นสื่อกลางในการสอนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่ต้องมีการใช้ภาษาผ่านการเล่นเกมส์ หรือการทำตามคำสั่งต่างๆ อันเป็นที่มาของสโลกแกน “เรียนสนุก ได้ความรู้” ซึ่งพิสูจน์โดยงานวิจัยแล้วว่าเป็นการเรียนที่ได้ผล ซึ่งผู้เรียนตั้งแต่อายุ 3-12 ปี หากเรียนอย่างต่อเนื่องประมาณ 4 ปี 7 เดือน จะสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและไม่ใช่แค่พูดโต้ตอบได้แต่เอาไปใช้ต่อยอดสอบแข่งขัน ใช้ในการทำงานได้ราวกับเจ้าของภาษาเลยทีเดียว

2. เสริมประสบการณ์ด้วยแคมป์ต่างประเทศ
สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาของบ้านรักภาษานอกจากหลักสูตรต่างๆ ยังมีเรื่องกิจกรรมนอกสถานที่โดยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสพบเจอกับสถานการณ์จริงในต่างประเทศ ที่ผ่านมาบ้านรักภาษามีการจัดแคมป์การเรียนรู้ในต่างประเทศทั้ง อเมริกา ไต้หวัน และจีน แม้จะเป็นทริปไม่นานแต่ประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับถือว่ามหาศาลอันเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้เรียนได้กล้าพูด กล้าคุยกับเจ้าของภาษามากขึ้น

3. ขยายสาขาแฟรนไชส์แบบมีคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ปัจจุบันบ้านรักภาษามีสาขา 19 แห่งทั่วประเทศ สิ่งที่ครูซุ่นเน้นย้ำคือ “คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ” ดังนั้นทุกสาขาของบ้านรักภาษาต้องมีคุณภาพเต็มเปี่ยม ครูซุ่นกล่าวว่า “ เราต้องวางระบบการอบรมทุกๆ 2 เดือนเพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพให้กับครูผู้สอน  มีการจัดทำแผนการสอนตามหลักสูตร  การพัฒนาหลักสูตรพัฒนาอาจาย์อย่างต่อเนื่อง  สุดท้ายคือเรื่องการประเมินผล ทั้งนักเรียนและคุณภาพของอาจารย์  เราจะไม่โตแบบเชิงปริมาณ เรามีจุดยืนของตัวเองชัดเจนเรื่องนี้”

ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นจริงของแฟรนไชส์ซี บ้านรักภาษาที่ส่วนใหญ่จะต่ออายุสัญญาออกไป รวมถึงการขยายสาขาใหม่ของผู้ลงทุนรายใหม่ที่มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงต้นปี 2562 ก็มีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่อีกถึง 5 แห่งได้แก่ บ้านรักภาษาสาขาแกรนด์รามอินทรา ,บ้านรักภาษาสาขาสมุทรสาคร ,บ้านรักภาษาสาขาสตรีวิทยา2 ,บ้านรักภาษาสาขาภูเก็ต และบ้านรักภาษา สาขาลาว ซึ่งจะเปิดดำเนินการในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นี้   โดยเฉพาะสาขาที่ สปป.ลาว นับเป็นสาขาในประเทศเพื่อนบ้านแห่งแรก อันเป็นการเริ่มต้นกรุยทางสู่ธุรกิจการศึกษาในกลุ่ม AEC ต่อไป

เปิดตัว BanRakPaSa App พัฒนาธุรกิจในยุค4.0

และนอกจากการปรับกลยุทธ์ด้านเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ในการทำธุรกิจยุคใหม่คือการผสมผสานการใช้เทคโนโลยีที่มีเป้าหมายให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายดายและหลากหลายมากขึ้น

บ้านรักภาษาจึงได้เปิดตัว Application On Mobile ในชื่อ ” BanRakPaSa App ” เพื่อเป็นช่องทางใหม่ในการติดต่อสื่อสารระหว่าง โรงเรียนบ้านรักภาษา, สาขา, นักเรียน, ผู้ปกครอง และผู้สนใจทั่วไป ให้สามารถเข้าถึง “บ้านรักภาษา” ได้รวดเร็วและง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถเรียกดูข้อมูลต่างๆผ่านAppได้โดยตรง เช่น ข่าวสาร, โปรโมชั่น, หลักสูตร, สาขา, ความรู้ต่างๆ สำหรับผู้ที่สมัครสมาชิกภายในBanRakPaSa App จะมีมีฟังก์ชั่นการสนทนา ปรึกษา สอบถามข้อมูลต่างๆได้โดยตรงผ่านทางAppได้ทันที

สำหรับผู้ที่ดาวน์โหลด BanRakPaSa App ไปใช้งาน จะได้รับการแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีข่าวสารใหม่ๆ โปรโมชั่นใหม่ กิจกรรมต่างๆ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ทำให้ผู้ที่ใช้งาน BanRakPaSa App จะไม่พลาดในทุกๆเหตุการณ์สำคัญๆที่จะเกิดขึ้น และภายในAppยังมีคลิปสอนภาษาจีน, ภาษาอังกฤษ ให้บริการดูผ่านAppได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งซื้อสื่อการเรียนการสอนทางด้านภาษาได้โดยตรงผ่าน BanRakPaSa App ที่สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ทั้งในระบบ IOS และ Android พร้อมกันนี้ในอนาคตบ้านรักภาษามีแผนที่จะพัฒนาApplication “BanRakPaSa App” ให้มีความสามารถมากขึ้นอีกไปและก้าวไปสู่ Learning Management System (LMS) ต่อไป

ค่าแฟรนไชส์ 350,000 คุ้มค่ากันแบบยาวๆ

นอกจากการพัฒนาในทุกมิติสิ่งที่ทำให้แฟรนไชส์ซีของบ้านรักภาษาเติบโตอย่างแข็งแรงแท้ที่จริงเริ่มจากพื้นฐานการลงทุนที่ครูซุ่นต้องทำความเข้าใจกับคนที่อยากลงทุนว่าสนใจในงานด้านการศึกษา ไม่ใช่คนที่ทำตามกระแส บวกกับการวิเคราะห์ทำเลเพื่อให้เหมาะสมคุ้มค่ากับการลงทุน และเพื่อให้แฟรนไชส์ซีมั่นใจมากขึ้น ช่วงแรกจะมีทีมงานของบ้านรักภาษาเข้าไปช่วยในเรื่องการเรียนการสอน เหมือนเป็นพี่เลี้ยง จนผู้ลงทุนสามารถดำเนินธุรกิจเองต่อได้ บ้านรักภาษาก็จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้ตลอดอายุสัญญา

ทั้งนี้ผู้สนใจลงทุนที่เลือกเพียงหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง มีค่าแฟรนไชส์ 350,000 บาท แต่หากเลือกเต็มรูปแบบ ที่มีทั้งภาษาจีน+ภาษาอังกฤษ+ภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติ ค่าแฟรนไชส์อยู่ที่ 590,000 บาท ซึ่งการเปิดหลักสูตรที่หลากหลายก็จะเอื้อประโยชน์ในการทำธุรกิจได้มากกว่า โดยงบประมาณการลงทุนประมาณ 500,000-1,000,000 บาท อาจจะมองว่าเป็นตัวเลขที่สูง แต่ถ้าเทียบกับจำนวนความต้องการของผู้เรียนและแนวโน้มของการเป็นธุรกิจที่มั่นคงในอนาคตราคานี้ถือว่าไม่แพงแน่นอน

ตัวอย่างความสำเร็จของแฟรนไชส์ซี บ้านรักภาษา

ปัจจุบันจำนวน 19 สาขามีหลายแห่งที่เรียกว่าประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านรักภาษา สาขาแจ้งวัฒนะ นวมินทร์ 74 (Max Value)ที่ลงทุนแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งมีนับว่าเป็นสาขาในลำดับต้นๆที่ทำธุรกิจกับบ้านรักภาษาและเติบโตมาพร้อมกัน หรือจะเป็นแฟรนไชส์ซีสาขางามวงศ์วาน 23  ที่ได้ต่อสัญญา ก็สะท้อนให้เห็นทิศทางของความประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี  หรือแม้แต่ที่สำนักงานใหญ่ของบ้านรักภาษาเองก็เป็นตัวอย่างการเติบโตที่ชัดเจน โดยคอร์สเรียนเฉพาะเสาร์-อาทิตย์มีผู้เรียนเต็มทุกรอบ ทั้งมีทั้งคอร์สครบเครื่อง เช่น การเตรียมสอบ YCT, HSK, TOEIC ,ADMISSION ,ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กและบุคคลทั่วไป ภาษาจีนสำหรับวัยทำงาน ภาษาจีนเพื่อธุรกิจ ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ใหญ่ ภาษาอังกฤษธุรกิจ เป็นต้น

นักลงทุนที่สนใจซื้อแฟรนไชส์บ้านรักภาษา ควรมีคุณสมบัติเบื้องต้นได้แก่ 1. รักในงานด้านการศึกษา 2.รักเด็ก 3.สามารถบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ แฟรนไชส์ซอร์มีการอบรมผู้ประกอบการในเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียน และ การบริหารงานวิชาการ รวมถึงผู้ประกอบการสามารถเลือกครูผู้สอนผ่านจากสำนักงานใหญ่เลยก็ได้ หรือเลือกครูที่รู้จักกันในพื้นที่ของตัวเองก็ได้ แต่ต้องส่งครูมาอบรมกับบ้านรักภาษา เพราะจะทำให้รูปแบบการเรียนการสอนเป็นมาตรฐานเดียวกัน สำหรับทำเลพื้นที่ในการลงทุนแฟรนไชส์บ้านรักภาษาเป็นปัจจัยที่พิจารณารองลงมา เนื่องจากการศึกษาที่ดีต้องการมาตรฐานคุณภาพทางการเรียนการสอนมากกว่าทำเล ดังนั้น อาจใช้ตึกแถว หรือ พื้นที่ทำเลของตนเอง คอมมูนิตี้มอลล์ หรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบของพื้นที่ก็มีอยู่บ้าง ส่วนพื้นที่ของตัวเองจุดเด่นคือต้นทุนค่าเช่า โอกาสคืนทุนประมาณ 8 เดือน – 1 ปี แต่หากมีทำเลที่ดีกว่านี้โอกาสคืนทุนก็จะเร็วขึ้น

ทั้งนี้บ้านรักภาษาได้พัฒนาธุรกิจตัวเองที่ไม่ใช่แค่สถาบันสอนภาษาให้กับนักเรียนทั่วไป แต่ได้ขยายรูปแบบไปถึงการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศสำหรับองค์กรต่างๆ ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านภาษาจีน และอังกฤษ ซึ่งก็มีคอร์สสำหรับการอบรมพนักงานในด้านภาษาที่ดียิ่งขึ้น นับเป็นการต่อยอดธุรกิจการศึกษาของบ้านรักภาษาที่ครอบคลุมในทุกวงการด้วย

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •